วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

GSP กับ การเรียนรู้คณิตศาสตร์


โปรแกรม Geometer’s Sketchpad หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า" GSP" 


หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วนะค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่เคยรู้จักเจ้า GSP มาก่อนวันนี้มาทำความ

รู้จักกันค่ะ =======>>>   GSP     <<<=========>>>   ??????    <<<============

GSP....เป็นโปรแกรมคณิตศาสตร์ที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถนำมาใช้ในวิชา

คณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันได้ใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงของครูคณิตศาสตร์ โดยส่วนใหญ่

แล้วมักจะนำมาใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับ เรขาคณิต พีชคณิต ตรีโกณมิติ และแคลคูลัส  ดังภาพข้าง

ล่าง เป็นการสร้างรูปเรขาคณิตด้วยโปรแกรม GSP



ทรงกระบอก




ภาพที่เกิดจากการเลื่อนขนาน


GSP ได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูคณิตศาสตร์สามารถอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมให้กลายมา

เป็นรูปธรรมได้ซึ่งทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและเกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ทั้งนี้นักเรียนก็

ยังสามารถลงมือสร้างภาพได้เองอีกด้วยนอกจากนี้โปรแกรม GSP  ยังสามารถนำไปใช้ในการจัด

กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาอื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์ ศิลปะ เป็นต้น


ผลงานสร้างสรรค์โดยโปรแกรม  The Geometer’s Sketchpad

หลายหน่วยงานได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้โปรแกรม GSP เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็น

ประโยชน์กับการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์แล้ว ยังเป็นประโยชน์กับการเรียนรู้ในด้านอื่นๆอีกด้วย 



อย่างไรก็ตาม โปรแกรม GSP เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน หากครูไม่มีความ

พร้อมในการสอนหรือขาดความเข้าใจในการใช้โปรแกรมแล้วนั้น การเรียนการสอนก็คงจะไม่เกิด

ประโยชน์สูงสุด ดังนั้นหากผู้ใดสนใจจะนำโปรแกรม GSP นี้ไปใช้ก็ควรศึกษาวิธีการใช้ และฝึกใช้จน

ชำนาญก่อนนะค่ะ




วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รู้จักใช้...ชาติไทยเจริญ


มนุษย์เป็นสัตว์สังคมชอบรวมตัวกันเป็นกลุ่ม มีกิจกรรมให้เข้าร่วมกัน ในสมัยก่อนก่อนที่จะมีเทคโนโลยีและเครื่องมือสื่อสารต่างๆ มนุษย์จะมีการติดต่อสื่อสารด้วยการพบปะพูดคุย มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์ด้วยกัน แต่เมื่อมีการเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้น มนุษย์จะเริ่มแยกตัวออกจากกลุ่ม ส่วนวิธีการสื่อสารก็จะต้องผ่านเครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น กล่าวคือ การปฏิสัมพันธ์กันระหว่างกลุ่มเริ่มน้อยลง

           

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีและสื่อต่างๆรอบตัวเรา  ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีผู้คนให้ความสนใจและความสำคัญ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้งาน จนมองข้ามผลเสียที่เกิดขึ้น


สื่อที่ทุกคนกำลังจับตามองคงหนีไม่พ้นเครื่องมือสื่อสารชนิดต่างๆ เช่น  i-Phone, i-Pad ,Tablet เป็นต้น เนื่องจากได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตเกิดความสะดวกสบายมากขึ้น และแน่นอนด้วยสิ่งต่างๆที่เป็นเช่นนี้ส่งผลให้การดำเนินชีวิตย่อมเปลี่ยนไปด้วย จะเห็นได้จากการติดต่อสื่อสารในระยะทางไกลๆแค่เพียงไม่กี่วินาทีก็ติดต่อกันได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวสื่อจึงเข้ามาแทรกซึมการใช้ชีวิตของคนทุกกลุ่มทุกวัยไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเยาวชน


การมาของสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ จริงอยู่ที่มันมาพร้อมกับความเจริญก้าวหน้า ความรวดเร็ว แต่เราก็ต้องยอมรับด้วยว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเมื่อมีสิ่งที่ดีแล้วก็ย่อมมีสิ่งที่ไม่ดีด้วย อันเนื่องมาจากวุฒิภาวะของผู้ที่ใช้สื่อ การเลือกรับสื่อ หากยังขาดสิ่งเหล่านนี้แล้ว ก็จะไม่มีใครคาดเดาผลเสียได้ว่ามันจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่หากเราใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ดีแล้วนั้นคุณประโยชน์ของมันก็นับว่ายังมีอยู่มาก ดังเช่น การนำเทคโนโลยีและสื่อต่างๆ มาใช้กับการศึกษา

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2556 ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรมการทำสื่อการสอนด้วยโปรแกรม AR และ โปรแกรม Aurasma บนคอมพิวเตอร์ และ มือถือ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดิฉันมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก ทำให้ครูได้เรียนรู้วิธีการทำสื่อที่แปลกใหม่และที่สำคัญสิ่งที่ดิฉันรู้สึกสนุกมากคือเมื่อดิฉันสร้างสื่อเสร็จแล้วจะปรากฏเป็นรูป  3 มิติขึ้นมา แต่อุปสรรคในการอบรมครั้งนี้ของดิฉันก็มีค่ะคือ มือถือ เนื่องจากต้องใช้มือถือ เช่น i-Phone มาใช้ในการอบรมด้วย ซึ่งจะใช้กับโปรแกรม Aurasma เพื่อดูรูปภาพที่สร้างเสร็จแล้วค่ะ


โปรแกรมทั้ง 2 โปรแกรมนี้ ถ้าเราเข้าใจวิธีการใช้และวิธีการสร้างแล้วนั้น เราก็จะสามารถสร้างรูป 3 มิติขึ้นมาได้และจะได้รับความสนใจจากนักเรียนเป็นอย่างมาก แต่เนื่องด้วยอุปสรรคที่กล่าวไปแล้วนั้นจึงทำให้ดิฉันเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ และด้วยเวลาที่จำกัดเพียงแค่ 1 วัน ดิฉันจึงได้ความรู้ไปยังไม่มากเท่าที่ควร

ดังนั้นดิฉันคิดว่าถ้าการศึกษาจะเจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้ ทุกคนจะต้องมีความพร้อม พร้อมทั้งเครื่องมือ  ความสามารถในการใช้เครื่องมือ  และวุฒิภาวะของผู้ใช้  ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยก็จะเป็นเพียงแค่ความฝัน

จะเห็นได้ว่า เครื่องมือสื่อสารมีความสำคัญต่อการศึกษาไม่แพ้หนังสือ หากผู้ใช้รู้จักใช้ และใช้ในทางที่ถูกที่ควรแล้ว เทคโนโลยีก็จะนำมาซึ่งคุณประโยชน์ และทำให้ประเทศชาติของเราเจริญก้าวหน้าต่อไป





วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเปลี่ยนแปลง...

         

ในสังคมปัจจุบันวามเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็วและไม่สิ้นสุด ทำให้มีสภาพการแข่งขันสูงด้านเศรษฐกิจการค้าทั้งในประเทศและนอก
ประเทศ


     
             เทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน  ทำให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไป เช่น สมัยก่อนการสื่อสารจะทำโดยการส่งจดหมายหรือไม่ก็นัดเจอกัน แต่สมัยนี้การสื่อสารส่วนใหญ่จะติดต่อกันทางโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยน สังคมก็เปลี่ยน หลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยไม่เว้นแม้กระทั่ง        "การศึกษา"
                             


                การศึกษาในอดีตจำกัดอยู่แค่เพียงห้องเรียนหรือไม่ก็ห้องสมุด  แหล่งเรียนรู้อยู่ที่หนังสือ ครู และตัวบุคคลเป็นส่วนใหญ่ ครูจึงมีบทบาทมาก  แต่ปัจจุบันการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว กล่าวคือแหล่งเรียนรู้ของผู้เรียนเปิดกว้างมากขึ้น ผู้เรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยี
สารสนเทศ  ครูในปัจจุบันจึงได้ลดบทบาทในการสอนลง แต่จะให้ผู้เรียนไปค้นคว้าและใช้ความสามารถของตนเองมากขึ้น



                การศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทุกฝ่ายควรตระหนักและร่วมมือกันในการพัฒนาการศึกษาให้เป็นการศึกษาที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะผู้เรียนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด ดังนั้นเป็นหน้าที่่ของครูที่จะต้องพัฒนาการใช้เทคโนโลยีให้ทันกับยุคสมัย  สำหรับการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการ
จัดรูปแบบการเรียนการสอนนั้นก็เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียน  เทคโนโลยีนี้จะสามารถรับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาและเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลาและตลอดชีวิต



         
                สำหรับเทคโนโลยีนั้น แน่นอนมันไม่ได้มีเพียงแค่ด้านบวกเพียงด้านเดียวเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงมันย่อมมีผลกระทบทางด้านลบควบคู่ไปด้วย เราควรจะต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ ตั้งอยู่บนรากฐานของความพอดี  ไม่ใช้เทคโนโลยีจนลืมวิถีชีวิตแบบเดิมๆ เพื่อที่ว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์จะได้คงอยู่ตลอดไป
        
      อ้างอิงจาก : http://www.gotoknow.org/posts/494855


     



วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ชีวิตแสนสุข...ของ..วรารัตน์ แสงสุข


     หลายคนในยุคปัจจุบันอาจมีคนที่ไม่พอใจในชีวิตของตัวเอง แต่สำหรับดิฉันแล้วชีวิตนี้เป็นชีวิตที่มีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีความรักจากครอบครัว  เพื่อน  นักเรียน  และคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ชีวิตของดิฉันเป็นชีวิตที่

"แ   ส  น   สุ   ข"

     
     ดิฉันชื่อน.ส.วรารัตน์ แสงสุข ชื่อในภาษาอาหรับชื่อ มารีนา ส่วนใหญ่เพื่อนเรียกว่า นา ดิฉันเกิดในครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม จึงทำให้ดิฉันเป็นคนยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี และมองทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเป็นสิ่งที่ดีเสมอ จากเด็กน้อยที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ก็เริ่มเข้าสู่สังคมมากขึ้น

     ดิฉันเข้ามาสู่ในระบบโรงเรียน โดยเริ่มต้นเรียนในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสุเหร่าหะยีมินา เมื่อจบในระดับประถมแล้วดิฉันก็ได้เรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกดิฉันเริ่มรู้จักคนมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากว่าดิฉันเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง  ชีวิตในวัยเรียนของดิฉันมีความสุขมากถึงแม้ว่าในบางครั้งจะมีเรื่องเครียดๆเข้ามาให้ปวดหัว แต่ดิฉันก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี เพราะคนรอบข้างของดิฉันคอยให้กำลังใจเสมอ ดิฉันใช้ชีวิตในระบบโรงเรียนรวมทั้งสิ้น 14 ปี

     หลังจากนั้น ดิฉันได้เข้ามาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะวิทยาศาสตร์ วิชาเอกคณิตศาสตร์ (กศ.บ.) ส่งผลให้ปัจจุบันดิฉันประกอบอาชีพเป็น ครู และได้สอนอยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า และด้วยเหตุผลนี้ดิฉันจึงได้ตัดสินใจที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวกับการศึกษา โดยเรียนอยู่แขนงวิชาการทดสอบและวัดผลการศึกษา    


ชีวิตต่อจากนี้ไปของดิฉันจะเป็นอย่างไร ดิฉันไม่อาจรู้ได้ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันจะใช้ชีวิตทั้งหมดให้เต็มไปด้วยความสุข และรอยยิ้ม